เทคโนโลยี AI เปลื่ยนโลก อาจเป็นฝันร้ายของมนุษย์เงินเดือน

Artifact Intelligence (AI)

Artifact Intelligence (AI) เป็นเทคโนโลยีที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ทุกวันนี้มันถูกพัฒนาให้มีความสามารถมากมายหลายอย่างที่จะช่วยให้มนุษย์ได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น ก่อนที่จะมี AI เคยมีคนกล่าวว่าการพัฒนาโปรแกรมเล่น GO เทพๆ ออกมาได้ นั้นเป็นเรื่องยากมาก เนื่องจากรูปแบบเกมส์ที่เป็นไปได้ของเกมส์โกะนั้นมีจำนวนมหาศาล ว่ากันว่ามีความเป็นได้มากถึง 10172 รูปแบบเลยทีเดียว ทำให้เป็นการยากที่จะเขียนโปรแกรมโกะให้รู้ว่าควรจะเดินหมากอย่างไรในแต่ละตาเดิน แต่เมื่อปีที่แล้ว (2560) โปรแกรม AI ที่มีชื่อว่า AlphaGo พัฒนาโดยทีม DeepMind ของ Google สามารถเอาชนะ Ke Jie นักเล่นโกะมือ 1 ของโลกไปได้อย่างสวยงาม เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของความเป็นไปได้ที่ AI สามารถทำได้

AI ทำงานได้อย่างไร?

ก่อนที่ไปดูว่าทำไม AI ถึงแย่งงานของมนุษย์ได้ เราควรรู้ก่อนว่า AI คืออะไร และทำงานได้อย่างไร?

AI (Artificial intelligence) หมายถึง เครื่องจักรที่มีความฉลาด มีสติปัญญาในการคิด และตัดสินใจ คำว่า AI มีคำคู่ขนานคือ NI (Natural intelligence) โดย NI ใช้กับสิ่งมีชีวิตต่างๆ เช่น มนุษย์ สัตว์เลี้ยง ถ้าจะสรุปง่ายๆ เลย AI ก็คือ เครื่องจักรที่เราพัฒนาให้มันมีความฉลาดเหมือนกับสิ่งมีชีวิตนั่นเอง

ที่มา https://www.facebook.com/Engineering/videos/10154673882797200/

ต่อมาการจะทำให้ AI เกิดความฉลาดขึ้นมาได้ เราไม่ได้ใช้วิธีเขียนโปรแกรมไปอย่างเฉพาะเจาะจง แต่เราจะเขียนโค๊ดอัลกอริทึ่มขึ้นมา แล้วใช้เจ้าอัลกอริทึ่มนี้สอนให้ AI เกิดการเรียนรู้ อย่างเช่น เราอยากให้ AI รู้จักว่าสุนัขหน้าตาเป็นอย่างไรก็ เราก็เขียนอัลกอริทึ่มลักษณะของสุนัขขึ้นมา จากนั้นก็ป้อนฐานข้อมูลของสุนัขจำนวนมหาศาลเข้าไปในระบบ เพื่อให้ AI เรียนรู้ว่า สุนัขหน้าตาเป็นอย่างไร เราเรียกกระบวนการนี้ว่า Machine learning

แล้ว Deep learning ล่ะ?

Deep learning คือ รูปแบบโครงสร้างของ Machine learning จำนวนมหาศาลที่เชื่อมต่อกันเป็นโครงข่ายหลายชั้น เราเรียกเทคโนโลยีนี้ว่าระบบประสาทเทียม (Artificial neural networks (ANNs)) ซึ่งเป็นโครงสร้างการทำงานที่เหมือนกับสมองของมนุษย์ ทำให้การทำงานของมันมีความแม่นยำ และชาญฉลาดเป็นอย่างมาก

เริ่มเห็นภาพชัดเจนขึ้นแล้วใช่ไหมครับว่า เทคโนโลยี AI นั้นมีพลังมากขนาดไหน มันเป็นนวัตกรรมที่สามารถเปลี่ยนวิถีชีวิตของมนุษยชาติได้เลยล่ะ

AI ส่งผลกระทบต่อแรงงานมนุษย์ได้อย่างไร?

ธรรมชาติของมนุษย์นั้นมีข้อเสีย คือ มีอารมณ์, มีความเหนื่อยล้า, มีความผิดพลาด ฯลฯ ในขณะที่ AI จะไม่มีสิ่งบกพร่องเหล่านี้ ด้วยลักษณะงานบางอย่างแล้ว การนำ AI เข้ามาใช้ มันจะทำหน้าที่ได้ดีกว่ามนุษย์มาก

จากรายงานการวิจัยของ Gartner Inc. บริษัทเพื่อการวิจัยและให้คำปรึกษาระดับโลกที่บริษัทชั้นนำต่างๆ ของโลกต่างก็ยอมรับได้เคยประเมินว่าในปี 2020 AI จะแย่งงานคนอเมริกาประมาณ 1,800,000 ตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม Gartner ก็ได้ให้ความเห็นว่า AI ทำให้การผลิต และการบริการมีความเร็วมากขึ้น ดังนั้นมันก็จะสร้างตำแหน่งงานได้ด้วยเช่นกัน กล่าวคือ มีอาชีพที่หางานยากขึ้น และมีอาชีพที่จะหางานง่ายขึ้นด้วยเช่นกัน 

ตัวอย่างเช่น AI อาจจะทำให้ผลิตสินค้า A ได้มากขึ้นจาก 10,000 ชิ้น/เดือน กลายเป็น 100,000 ชิ้น/เดือน
ดังนั้น ฝ่ายผลิตอาจจะตกงาน แต่ฝ่ายขนส่ง หรือฝ่ายขายก็จะมีตำแหน่งงานเพิ่มมากขึ้น

สำหรับกลุ่มอาชีพแรก ที่ผมมองว่าจะได้รับผลกระทบเป็นกลุ่มแรกๆ ก็คือ อาชีพที่เกี่ยวกับการขับรถ อย่างเช่น คนขับแทกซี่ และคนขับรถบรรทุก ในปัจจุบันนี้จีน และอเมริกาเริ่มนำร่องระบบรถบรรทุกแบบไร้คนขับแล้ว โดยใช้ AI ในการควบคุมยานพาหนะแทน ซึ่ง AI ไม่ต้องพัก ไม่มีขับรถเกเร มันจึงเหมาะแก่การขับรถบรรทุกขนส่งในระยะไกลมากกว่ามนุษย์เยอะ

ประเทศเพื่อนบ้านเราอย่างสิงค์โปร์ ก็เริ่มทดสอบระบบ TAXI ไร้คนขับแล้วนะครับ บริการโดย nuTonomy กดเรียกจากแอพฯ แล้วรถจะวิ่งมารับเราอัตโนมัติเลย ค่ายรถส่วนใหญ่ในปัจจุบันทั้งต่ายญี่ปุ่น และค่ายยุโรป ต่างก็กำลังเร่งพัฒนาระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ เพื่อนำมาใช้กับรถที่จะวางจำหน่ายในอนาคต อนาคตที่ว่านี้ไม่ไกลนะครับ อาจจะแค่อีก 2-3 ปีนี้ด้วยซ้ำ

Starship ก็เป็นอีกหนึ่งบริการส่งอาหารที่ใช้หุ่นยนต์ในการรับส่งของ ซึ่งด้วยเทคโนโลยี AI และแผนที่ ทำให้หุ่นยนต์สามารถเดินทางไปส่งของได้อย่างแม่นยำ และปลอดภัย ในอนาคตหากจะมีหุ่นยนต์ประเภทนี้มาแย่งงานงาน Messenger ก็ไม่น่าแปลกใจเลย

ด้านการเงินก็เป็นอีกหนึ่งวงการที่ได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยี AI ด้วยเช่นกัน ด้วยความสามารถทางด้านการวิเคราะห์ที่ฉลาดยิ่งกว่ามนุษย์ ก็ไม่น่าแปลกใจที่ AI จะถูกนำมาใช้ในด้านวิเคราะห์การเงิน, การลงทุน, การธนาคาร หรือการบัญชี แทนที่แรงงานคน

ตัวอย่างเช่น IBM Watson เป็น AI ที่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลการเงิน และคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดรวมถึงผลกระทบได้ล่วงหน้า เพื่อแจ้งเตือนให้เราเตรียมแผนการรับมือได้อย่างทันท่วงที ซึ่งมันสามารถวิเคราะห์จำนวนจำนวนมหาศาลได้จากหลายๆ แห่งพร้อมกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่แรงงานมนุษย์ยากจะทำได้เทียบเท่า

หรือจะเป็นด้านธนาคาร AI สามารถตรวจสอบความเคลื่อนไหวของบัญชีได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง และวิเคราะห์ได้ด้วยว่ามีรายการผิดปกติเกิดขึ้นในระบบหรือไม่ ไม่เพียงแต่ด้านดูแลความปลอดภัยเท่านั้น AI สามารถตอบโต้เพื่อให้บริการกับลูกค้าได้ด้วย ในอนาคตเราไม่จำเป็นต้องมาฟังเสียงโทรศัพท์ตอบรับที่น่าเบื่อหน่าย เพราะ AI สามารถให้บริการเราได้ตลอดเวลา 

CBINSIGHTS ผู้เชี่ยวชาญได้การวิเคราะห์ข้อมูลได้ประเมินว่าวงการสาธารณะสุขจะเป็นวงการที่ได้รับกระทบมากที่สุดจาก AI สุขภาพเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แต่ละวันมีคนไข้จำนวนมากที่ต้องการรับการรักษา ซึ่งงานในวงการนี้แพทย์ และพยาบาลต้องทำงานหนักมาก จึงมีการพัฒนา AI ขึ้นมาช่วยเหลืองานด้านนี้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น AI ที่สามารถวิเคราะห์คาดเดาอาการผู้ป่วยได้ล่วงหน้า, AI ที่สามารถรับสายโทรศัพท์จากผู้ป่วยที่ติดต่อเข้ามาสอบถามอาการ, AI พยาบาลที่คอยตรวจสอบข้อมูลของผู้ป่วย เพื่อพิจารณาอาการของคนไข้ได้ตลอดเวลา

ไม่นานมานี้ Google ก็เพิ่งจะเผยแพร่งานวิจัยด้าน AI ที่สามารถคาดการณ์ผลการรักษาทางการแพทย์ ซึ่ง Google ยังระบุว่าสามารถคาดการณ์ได้แม่นยำกว่าขั้นตอนการตรวจรักษาที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันอีกด้วย

สรุป

เรามองว่าการมาของ AI จะทำให้ตำแหน่งงานลดลง แต่มันก็จะมีตำแหน่งงานเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน "เพียงแต่อาชีพบางอย่างอาจจะมีความต้องการในตลาดแรงงานลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น AI ไม่ได้เข้าได้ในทีเดียวเนื่องจากการพัฒนา AI นั้นต้องใช้เวลา ยุงยาก ซับซ้อนเป็นอย่างมาก อีกทั้งการจะนำ AI มาใช้ค่าใช้จ่ายย่อมสูง แล้วคุณผู้อ่านล่ะ คิดว่างานที่ตนเองทำอยู่จะได้รับผลกระทบจากการมาของ AI บ้างไหม?

Ref: news.thaiware.com/12457.html


วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561

©1999-2018 eideas.co,.ltd. all rights reserved www.eideas.co.th